เกษตร » แนวทางการเลี้ยงปลาทับทิมเพื่อส่งขาย

แนวทางการเลี้ยงปลาทับทิมเพื่อส่งขาย

11 มิถุนายน 2017
1108   0

ปลาทับทิมพัฒนาสายพันธุ์จากปลานิลชื่อนี้เป็นชื่อพระราชทานจาก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพ]อดุลยเดช ปลาทับทิมมีชื่อเสียงในด้านไม่มีกลิ่นเหม็นโคลนมีเนื้อผนังช่องท้องสีขาวสะอาดต่างจากเนื้อปลาชนิดอื่นโดยทั่วไปจะมีผนังช่องท้องเป็นสีเทาดำโดยมีเกล็ดและผิวหนังเป็นสีแดงซึ่งถือเป็นสีมงคลโดยเฉพาะคนเชื้อสายจีน เหมาะกับการจัดเลี้ยงเทศกาลต่างๆซึ่งตรงกับความต้องการของผู้บริโภคทั้งตามร้านอาหารโต๊ะจีนและตลาดสดทั่วไป โดยเฉพาะการส่งออกยังต่างประเทศเช่นยุโรป อเมริกาและญี่ปุ่นทั้งในรูปของแช่แข็งทั้งตัวปลาทับทิมมีปริมาณกรดไขมันไม่อิ่มตัวชนิดโอเมกา3สูงกว่าปลาน้ำจืดทั่วๆไปซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกายเช่นช่วยลดโคเลสเตอรอลในเส้นเลือดป้องกันการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดอุดตันช่วยบำรุงสมองเสริมสร้างความจำบรรเทาอาหารปวดบวมโรคข้ออักเสบเป็นต้นข้อดีของปลาทับทิมคือลูกดกโตเร็วอดทนต่อสภาพแวดล้อมความต้านทานต่อโรคดีระยะเวลาเลี้ยงสั้น4เดือนเท่านั้นก็จับขายได้ลักษณะของปลาเองก็น่ารับประทานผิวมีสีแดงอมชมพูเนื้อทุกส่วนสีขาวเส้นใยเนื้อละเอียดแน่นสร้างความอร่อยรสชาติดีและปราศจากกลิ่นเหม็นโคลนปริมาณเนื้อมากเจริญเติบโตในความเค็มสูงถึง25พีพีที.พบว่าสามารถเลี้ยงในกระชังมีความหนาแน่นสูงได้โดยไม่มีผลเสียต่อปลาให้ผลผลิตเฉลี่ย40กก.ต่อลูกบาศก์เมตรผู้ที่ต้องการเลี้ยงควรมีสถานที่ก่อนเป็นอันดับแรกเพราะปลาทับทิมเลี้ยงได้ง่ายในแม่น้ำที่สะอาดโดยต้องเลี้ยงปลาทับทิมในกระชังแม่น้ำนั้นควรมีขนาดใหญ่ความลึกไม่ต่ำกว่า3เมตรมีน้ำไหลตลอดเวลาไม่มีชุมชนหรือโรงงานอุตสาหกรรมในบริเวณนั้นควรอยู่ไกลจากปากอ่าวทะเลอย่างน้อย20กิโลเมตรเพื่อไม่ให้น้ำมีการเปลี่ยนแปลงคุณภาพมากเกินไปปลาทับทิมยังสามารถเลี้ยงในบ่อดินที่มีขนาด4ไร่ขึ้นไปลึก2เมตรที่มีน้ำกร่อยความเค็ม15-25พีพีทีหรือเลี้ยงในเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ในรูปกระชังก็ได้แต่หากนำปลาทับทิมไปเลี้ยงในบ่อดินที่น้ำน้อยไม่ค่อยสะอาดแบบปลานิลคงไม่มีอะไรแตกต่างจากปลานิลที่มีกลิ่นคาวรุนแรง