เกษตร » อินทผลัม การปลูกและการดูแลรักษา การแปรรูปให้ราคาดี

อินทผลัม การปลูกและการดูแลรักษา การแปรรูปให้ราคาดี

23 ตุลาคม 2018
1573   0

อินทผลัม


อินทผลัม เป็นพืชตระกูลปาล์ม ถิ่นกำเนิดอยู่แถบตะวันออกกลาง สามารถเจริญเติบโตได้ดีในภูมิภาคที่มีอากาศร้อนและแห้งแล้งแบบทะเลทราย ลำต้นสูงประมาณ 30 เมตร ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางลำต้น 30-50 เซนติเมตร มีใบติดอยู่บนต้นประมาณ 40-60 ก้าน ทางใบยาว 3-4 เมตร ใบเป็นแบบขนนกใบย่อยพุ่งออกหลายทิศทาง ช่อดอกจะออกจากโคนใบ ผลทรงกลมรี ยาวประมาณ 2-4 เซนติเมตร ออกเป็นช่อรสหวานฉ่ำ ทานได้ทั้งผลดิบและสุก ผลจะมีสีเหลืองจนถึงสีส้มและเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลถึงน้ำตาลเข้มเมื่อแก่จัด ผลสุกมักจะนำไปตากแห้ง สามารถเก็บไว้บริโภคได้นานนับปี และมีรสชาติหวานจัดจึงมักถูกเข้าใจผิดว่ามีการนำไปเชื่อมด้วยน้ำตาล
สายพันธุ์อินทผลัม อินทผลัมมีสายพันธุ์ที่หลากหลายมากกว่า 700 สายพันธุ์ กระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของโลก มีทั้งที่อร่อยและไม่อร่อย แต่สายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมเพาะปลูก มีคุณภาพผลผลิตดีจริงและโดดเด่นในเรื่องของรสชาติความอร่อย เป็นที่ชื่นชอบในกลุ่มผู้บริโภค ได้แก่สายพันธุ์ต่อไปนี้ เช่น พันธุ์คาลาส พันธุ์โคไนซี่ พันธุ์บาฮี พันธุ์ฮัมรี่ พันธุ์ฮาโลววี พันธุ์ชิบีบี พันธุ์อัมเบอร์ เป็นต้น

การปลูกอินทผลัม


การเตรียมดินปลูก เลือกพื้นที่ ที่เหมาะสมต่อการปลูกอินทผลัม ควรเป็นที่ดอนน้ำไม่ท่วมขัง หรือมีพื้นดินชื้นแฉะ มีการระบายน้ำดี เป็นพื้นที่เปิดและได้รับแสงแดดเต็มที่ตลอดวัน นอกจากนี้ก็ควรจะมีแหล่งน้ำสำหรับให้แก่อินทผลัมอย่างเพียงพอตลอดปีด้วย เมื่อได้พื้นที่เหมาะสมแล้วก็จะมีการไถพรวนปรับพื้นที่ให้ราบเสมอและกำจัดวัชพืช และในขั้นตอนการไถปรับพื้นที่จะมีการใส่ปุ๋ยรองพื้นหรือไม่ให้พิจารณาจากความอุดมสมบูรณ์ของดินเป็นหลักส่วนการเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นในการเพาะปลูกอินทผลัมได้แก่ อุปกรณ์เกี่ยวกับการให้น้ำ หรือ การวางระบบน้ำ วงท่อซีเมนต์ รวมทั้งวัสดุอุปกรณ์ทางการเกษตรและปัจจัยการผลิตที่จำเป็นอื่นๆ
เตรียมต้นกล้า ต้นกล้าพันธุ์อินทผลัมได้จากการขยายพันธุ์ 3 วิธี คือ การแยกหน่อ การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ และการเพาะเมล็ด การแยกหน่ออินทผลัมมาปลูกเป็นต้นใหม่มีข้อดีที่จะได้สายพันธุ์แท้ ไม่เกิดการกลายพันธุ์ แต่จะได้ต้นพันธุ์น้อย เพราะต้นหนึ่งจะให้หน่อเพียง 20-30 หน่อตลอดอายุการยืนต้นของมันเท่านั้นเอง ส่วนการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่ออินทผลัม แม้เป็นวิธีที่ได้ผลดี ตรงตามพันธุ์แท้ ได้ปริมาณต้นกล้ามาก แต่ต้นทุนในการขยายพันธุ์สูง ดังนั้นในปัจจุบัน จึงมีแต่ต้นหล้าที่ได้จากการเพาะเมล็ด ทั้งหมด
การเตรียมต้นกล้าอินทผลัมก่อนปลูก ด้วยวิธีเพาะเมล็ด ผู้ทำการขยายพันธุ์ควรอนุบาลต้นกล้าไว้ในเรือนเพาะชำจนโตออกใบขนนก 3-4 ใบก่อนจึงนำไปปลูก จะช่วยทำให้อัตราการรอดหลังปลูกสูงเกือบ 100%
สำหรับฤดูกาลที่เหมาะสมในการปลูกอินทผลัมคือช่วงต้นฤดูฝน แต่ถ้าสามารถ ติดตั้งระบบให้น้ำในสวนได้ ก็สามารถที่จะปลูกอินทผลัมได้ทุกฤดูกาล

การจัดการดูแลรักษา


-การให้น้ำ จะให้น้ำประมาณ 7 วันต่อครั้ง หรือตามระดับความชื้นของดินที่ปลูก อินทผลัมควรมีการให้น้ำอย่างเพียงพอสม่ำเสมอ จะได้อินทผลัมที่ติดลูกเร็วขึ้นและมีคุณภาพดี
-การให้ปุ๋ย ควรใส่ปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยคอก ที่สลายตัวดีแล้วประมาณ 5-10 กก.ต่อต้น ปีละ 2 ครั้ง พร้อมกับมีการพรวนดินรอบโคนต้นด้วย
การเก็บเกี่ยวผลผลิต
หลังการปลูกลงดินอินทผลัมจะเริ่มติดดอกให้ผลผลิตได้เมื่อมีอายุประมาณ 3-4 ปี ขึ้นไป อินทผลัมมีระยะเวลาให้ผลผลิตตั้งแต่ออกดอกถึงเก็บเกี่ยวได้ประมาณ 7-8 เดือน ผลอินทผลัมมีลักษณะกลมรี ออกผลเป็นพวกหรือช่อทะลาย การพัฒนาของผลจะมี 4 ระยะ คือ ระยะผลดิบ ระยะผลสมบูรณ์เต็มที่ ระยะผลสุกแก่ และระยะผลสุก โดยผลผลิตอินทผลัมที่เหมาะสมต่อการเก็บเกี่ยว เราจะสังเกตดูที่สีเปลือกหรือสีของผล ถ้ามีสีเหลืองเข้มมาก สีแดง หรือ มีสีผลสุกน้ำตาล แล้วแต่สายพันธุ์ ประมาณ 5-10% ก็สามารถเก็บเกี่ยวได้
สำหรับวิธีการเก็บเกี่ยวโดยทั่วไป เกษตรกรจะปืนขึ้นไปโดยใช้เชือกที่ถักแบนๆ โอบรัดไปด้านหลังของเกษตรกรและพันรอบต้น แล้วค่อยๆขยับขึ้นไปโดยใช้เท้าเหยียบไปบนต้นที่มีโคนทางใบที่หลงเหลืออยู่จากการตัด ทำให้ขึ้นได้ง่ายมาก เมื่อตัดแล้ววางลงบนตะกร้า หย่อนเชือกลงมาด้านล่าง ผู้ที่อยู่ใต้ต้น จะเป็นผู้เก็บรวบรวมเป็นกอง ปกติต้นหนึ่งๆ จะให้ผลผลิตประมาณ 100-150 กิโลกรัม ถ้ามีการจัดการดูแลดี

การจำหน่ายและแปรรูป


เมื่อได้ผลผลิตอินทผลัมมาแล้วก็จะเข้าสู่กระบวนการจัดจำหน่ายหรือนำผลผลิตไปแปรรูปเพื่อจำหน่าย โดยที่ในเมืองไทยเวลานี้สามารถขายอินทผลัมผลสดได้ราคาประมาณ 500-600 บาท ต่อ 1 กิโลกรัม ส่วนการแปรรูปผลอินทผลัมที่พบเห็นกันอยู่ทั่วไปได้แก่การนำไปทำแห้งด้วยวิธีตากแดดโดยเกษตรกรจะนำผลสุกแก่ของอินทผลัมไปผึ่งแดด ประมาณ 7-10 วัน จนผลแห้ง เนื้อที่เป็นแป้งจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลทั้งผล แล้วนำไปล้างน้ำและตากแห้งอีก 1 วัน จากนั้นนำไปบรรจุภาชนะเพื่อจำหน่ายต่อไป

ประโยชน์ของอินทผลัม


-ประโยชน์ทางการบริโภค อินทผลัมมีคุณค่าทางโภชนาการสูง มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น แคลเซียม เหล็ก ทั้งยังอุดมไปด้วยเส้นใยอาหาร
-ประโยชน์ในทางยา อินทผลัมช่วยบำรุงร่างกาย บำรุงสายตา ลดความหิว แก้กระหาย แก้โรควิงเวียนศีรษะ ช่วยลดเสมหะในลำคอ ทำให้กระดูกแข็งแรง ลดระดับน้ำตาลในเลือดและความดันโลหิตสูง